โรคน้ำหนีบ

โรคน้ำหนีบ

อาการโรคน้ำหนีบ

 

       นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบกิจกรรมดำน้ำหรือชาวประมง คงจะได้ยินเกี่ยวกับอันตรายของ โรคน้ำหนีบ มาบ้างไม่มากก็น้อย โดย โรคน้ำหนีบ หรือ การได้รับบาดเจ็บจากแรงดันใต้น้ำ เป็นภาวะที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายถึงขั้นพิการและเสียชีวิตได้ 

       โรคน้ำหนีบเกิดจากการที่แก๊สละลายเข้าสู่เนื้อเยื่อในร่างกายขณะดำน้ำแล้วแก๊สนั้นรวมตัวกันเป็นฟองอากาศอยู่ภายในเส้นเลือดและเนื้อเยื่อต่างๆ สาเหตุมาจากการดำน้ำลึกมากกว่า30 ฟุตและใช้เวลานานเกินกำหนดแล้วขึ้นสู่ผิวน้ำ โดยไม่หยุดลดความกดดันภายในร่างกายให้เป็นปกติเหมือนการเขย่าขวดน้ำอัดลมหากมองตาเปล่าจะไม่เห็นฟองอากาศ แต่หากเขย่าขวด ฟองอากาศก็จะขยายใหญ่ขึ้นจนเกิดแรงดันออกมาอาการของ โรคน้ำหนีบ มี 2 ชนิดชนิดที่ 1 อาการมักเริ่มภายใน 1 ชม. หลังขึ้นจากน้ำโดยรู้สึกเพลียกว่าปกติหลังจากดำน้ำ มีผื่นคันเป็นผื่นนูนตรงจุดกลางสีม่วงคล้ำปวดแสบปวดร้อน มีอาการปวดตามกล้ามเนื้อ และข้อต่อ โดยเฉพาะปวดข้อไหล่ เนื่องจากมีฟองอากาศแทรกตามเนื้อเยื่อรอบๆ ข้อ ทำให้เนื้อเยื่อเกิดความบอบช้ำ และฉีกขาด ลักษณะปวดลึกๆ และรบกวน ไม่ปวดมาก มีความรู้สึกวูบวาบ หรือมีอาการชาตามผิวหนัง ขา เท้า มีอาการมึนงง ชนิดที่ 2 อาการรุนแรงกว่าชนิดที่ 1 มีการเกิดฟองอากาศจำนวนมากในอวัยวะสำคัญเช่น ไขสันหลัง และเส้นเลือดรอบๆ ฟองไนโตรเจนจะอุดกั้นเส้นเลือดดำ มีอาการเสียการรับรู้ อัมพาตครึ่งตัวปัสสาวะไม่ออก, หูชั้นใน มีอาการหูหนวก มีเสียงดังหึ่งๆ ภายในหู เวียนศีรษะ ตากระตุก, กล้ามเนื้อ และข้อต่อ มีอาการปวดแนวสันหลังหรือสะโพก ปวดร้าวกลางหลัง ทั้งสองข้างลำตัว กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปัจจัยเสริมที่ทำให้เกิดอาการนี้ง่ายขึ้น ได้แก่ เพศหญิง ความอ้วน อายุมาก ทำงานหนักเกินไป ดื่มเหล้า อดนอน การบาดเจ็บในส่วนต่างๆ ของร่างกาย การขึ้นที่สูงหลังการดำน้ำลึก และการดำน้ำซ้ำมากกว่าหนึ่งครั้งการป้องกันที่ดีที่สุดคือ การปฏิบัติตามกฎของการดำน้ำอย่างเคร่งครัด และหลีกเลี่ยงปัจจัยเสริม

 

การป้องกัน ผู้ที่จะดำน้ำต้องปฎิบัติดังนี้

  1. ต้องมีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์
  2. ต้องมีความรู้เกี่ยวกับการดำน้ำ ยิ่งถ้าดำน้ำด้วยอุปกรณ์การดำ จะต้องมีผู้มีความรู้และมีประสบการณ์เป็นผู้ควบคุมอยู่ด้วย และต้องปฎิบัติตามตารางการดำน้ำอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการดำน้ำหลายครั้งในหนึ่งวัน
  3. การดำน้ำลึกๆจะต้องมีการวางแผนรองรับ ถ้าเกิดโรคจากการดำน้ำจะต้องมีการปฐมพยาบาลโดยถูกวิธี และเคลื่อนย้ายผู้ป่วยมายังโรงพยาบาลที่มีห้องปรับบรรยากาศ โดยด่วนที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะยิ่งผู้ป่วยได้รับการรักษาได้รวดเร็วเท่าใด ก็จะยิ่งทำให้ผู้ป่วยหายเร็วเป็นปกติเท่านั้น ความล่าช้าในการนำผู้ป่วยมายังห้องปรับบรรยากาศอาจทำให้ผู้ป่วยพิการหรือเสียชีวิตได้
  4. หลังการดำน้ำ ควรพักผ่อนเป็นเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ก่อนการเดินทางโดยสารเครื่องบิน เพื่อความปลอดภัยจากโรคที่อาจจะเกิดจากการดำน้ำ

 

       ปัจจัยเสริมที่ทำให้เกิดอาการนี้ง่ายขึ้น ได้แก่ เพศหญิง ความอ้วน อายุมาก ทำงานหนักเกินไป การดื่มเหล้า การอดนอน การบาดเจ็บในส่วนต่างๆ ของร่างกาย การขึ้นที่สูงหลังการดำน้ำลึก และการดำน้ำซ้ำมากกว่าหนึ่งครั้งการป้องกันที่ดีที่สุด คือ การปฏิบัติตามกฎของการดำน้ำอย่างเคร่งครัด และหลีกเลี่ยงปัจจัยเสริมต่างๆ ดังกล่าวมาแล้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *