ส้ม

ส้ม

ผลไม้ส้ม

 

 

     ส้ม ได้มีการปลูกส้มมานานหลายพันปีมาแล้ว เชื่อกันว่า ส้มหลายชนิด (species) ที่อยู่ในสกุลซิทรัส เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิด หรือเป็นพืชท้องถิ่นดั้งเดิมในเขตร้อน และเขตกึ่งร้อนของทวีปเอเชีย และกลุ่มเกาะมลายู ในประเทศไทยไม่มีหลักฐานปรากฏชัดว่า มีการปลูกส้มกันมาตั้งแต่เมื่อใด พบแต่เพียงรายงาน ซึ่งมีต้นฉบับเป็นภาษาฝรั่งเศส แปลและจัดพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ เมื่อ พ.ศ. ๒๒๓๖ หรือกว่า ๓๐๐ ปีมาแล้ว 

    สำหรับสายพันธุ์ส้มนั้นมีหลากหลายชนิด แต่ละชนิดจะมีลักษณะและรสชาติที่แตกต่างกันออกไป โดยการเลือกซื้อส้มให้มีรสชาติหวานอร่อยควรเลือกส้มที่ผิวเรียบเนียน เปลือกบาง เพราะจะให้น้ำเยอะ สำหรับส้มที่นิยมปลูกมากในบ้านเรานี้ก็ได้แก่ ส้มเกลี้ยง ส้มเขียวหวาน ส้มจุก ส้มตรา (ส้มเช้ง) และส้มโอ ผลส้มสด 100 กรัม จะมีเบตาแคโรทีน 82 ไมโครกรัม และวิตามินซี 50 มิลลิกรัม ส้ม 1 ผลโดยทั่วไปจะมีน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 140 กรัม ก็เท่ากับว่าส้ม 1 ลูกมีวิตามินซี 70 mg. และมีเบตาแคโรทีน 115 mcg  ด้วยความที่ส้มมีวิตามินซีมาก จึงทำให้ส้มจัดเป็นผลไม้กระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกาย

ช่วยป้องกันอาการป่วยง่ายๆ ไปจนถึงอาการป่วยที่หนักหนาได้ เพราะเมื่อร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ดี เราก็จะป่วยยาก เชื้อโรคและไวรัสต่าง ๆ ก็มีโอกาสจู่โจมเราได้น้อย ส้มเป็นผลไม้ที่คนทุกวัยสามารถรับประทานได้ โดยเฉพาะเด็กที่มีอายุมากกว่า 6 เดือน พ่อแม่จะเริ่มให้ดื่มน้ำส้มผสมน้ำเปล่า เพื่อลดการระคายเคือง นอกจากส้มจะเป็นผลไม้ที่ให้สารอาหารมาก

ส้มยังเป็นผลไม้ที่สามารถนำมาสร้างสรรค์เป็นเครื่องดื่มและอาหารเพื่อสุขภาพได้อย่างหลากหลายส้ม มักนำมาทำเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะน้ำส้มคั้นสดที่หลายคนเลือกดื่มในช่วงเช้าก่อนออกไปทำงาน เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารและวิตามินซีในช่วงเช้า แต่ยังมีอีกหลากหลายเมนูที่นำส้มมาเป็นวัตถุดิบหลัก

    ประโยชน์ของส้ม น้ำส้มใช้ดื่มแก้กระหาย เพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย เพิ่มความกระปรี้กระเปร่งเปลือกส้มที่แห้งแล้ว เมื่อนำไปจุดไฟจะมีกลิ่นหอมและมีคุณสมบัติในการไล่ยุง

น้ำมันหอมระเหย จากเปลือกส้มก็ช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายและช่วยกระตุ้นระบบประสาทได้ดี การเสิร์ฟเปลือกส้มคู่กับอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์ จะช่วยในการย่อยอาหารที่มีไขมันสูงได้

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *