นกกะรางหัวขวาน

นกกะรางหัวขวาน

สัตว์ปีก

 

ชื่อสามัญ : นกกะรางหัวขวาน ชื่อภาษาอังกฤษ : Hoopoe

ชื่อภาษาเวียดนาม : Chim rẽ quạt

ชื่อภาษามาเลเซีย : Hoopoe

ชื่อภาษาพม่า : –

ชื่อภาษาลาว : –

ชื่อภาษาฟิลิปปินส์ : Hoopoe

ชื่อภาษาบรูไน : Hoopoe

ชื่อภาษากัมพูชา : –

ชื่อภาษาอินโดนีเซีย : Semacam burung

ชื่อภาษาสิงคโปร์ : Hoopoe

นกกะรางหัวขวานเป็นนกขนาดกลาง มีลักษณะเด่นที่จำง่ายคือมีหงอนคล้ายหมวกของพวกอินเดียแดง พบทั่วไปในประเทศไทย เป็นนกขนาดกลาง ลำตัวเพรียวยาวประมาณ 30 เซนติเมตร มีลักษณะเด่นที่จำง่ายคือ มีหงอนคล้ายหมวกของพวกอินเดียแดงในอเมริกาสมัยก่อน ลำตัวมีลายขวางสีน้ำตาลอ่อน หรือขาวสลับดำ ปากยาวเรียวโค้ง ซึ่งมีลักษณะเหมือนกันทั้งตัวผู้และตัวเมีย แต่ตัวเมียจะมีขนาดเล็กกว่า และสีจางกว่าตัวผู้เล็กน้อย ขณะแม่นกกกลูกอยู่ในรัง จะมีต่อมขับของเหลวที่มีกลิ่นเหม็นออกมา กลิ่นนี้มาจากต่อมน้ำมันไซ้ขน เชื่อกันว่านกกะรางหัวขวานใช้กลิ่นเหม็นนี้ป้องกันตัวไม่ให้สัตว์อื่นเข้าใกล้

นกกะรางหัวขวานกระจายพันธุ์เป็นวงกว้างในยุโรป, เอเชีย, และตอนเหนือของแอฟริกา, แอฟริกากึ่งซาฮาราและประเทศมาดากัสการ์ นกในยุโรปและตอนเหนือของเอเชียจะอพยพไปสู่เขตร้อนในฤดูหนาว เมื่อเทียบกับนกในแอฟริกาซึ่งเป็นนกประจำถิ่น ในประเทศไทย นกกะรางหัวขวานเป็นนกประจำถิ่นที่พบทั่วทั้งประเทศไทย

ชอบอยู่ตามทุ่งโล่ง ป่าเบญจพรรณ ป่าละเมาะ และพื้นที่เกษตรกรรม ทุ่งนาที่พอมีต้นไม้อยู่บ้าง อาจอยู่รวมกันเป็นฝูง ชอบส่งเสียงร้อง”ฮูป ฮูป ฮูป” หรือ “ฮูป ปู ปู” เวลาเดินส่ายหัวไปมา คุ้ยเขี่ยหาแมลงและหนอนตามพื้นดิน ไม่ชอบอาบน้ำ แต่ชอบอาบทรายร้อนๆ แทนอาบน้ำ อาหารได้แก่ แมลง และตัวอ่อนของแมลง นกกระรางหัวขวานทำรังในซอกไม้หรือซอกกำแพงเก่าๆ รังสร้างด้วยฟางและเศษขน เป็นรังที่สกปรกมาก ในรังมีทั้งเศษอาหารและอุจจาระของตัวเอง วางไข่คราวละ 4-6 ฟอง ไข่สีฟ้าซีด ตัวเมียกกไข่ ส่วนตัวผู้จะหาอาหารมาให้ เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535

พฤติกรรม : ชอบอยู่ตามทุ่งโล่ง คุ้ยเขี่ยหาแมลงและหนอนตามพื้นดิน ไม่ชอบอาบน้ำ ชอบอาบทรายร้อน ๆ แทนการอาบน้ำ

เป็นทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ หากินตัวเดียว เป็นคู่ เป็นฝูงเล็ก ๆ บางครั้งพบหากินฝูงใหญ่เกิน 25 ตัว เดินหากินไปตามพื้นป่าหรือพื้นหญ้า ใช้จงอยปากจิ้มหรือทิ่มลงไปบนพื้นดิน พื้นทราย กอหญ้า หรือพลิกใบไม้เพื่อหาอาหาร น้อยครั้งที่จะบินจับแมลงกินในอากาศ

อาหารส่วนใหญ่เป็นแมลงหรือตัวอ่อนของแมลง เช่นแมลงปีกแข็ง จิ้งหรีด ตั๊กแตน มด ปลวก นอกจากนั้นยังกินสัตว์มีกระดูกสันหลังขนาดเล็กอีกด้วย ขณะที่นกก้มลงไซ้ปากไปตามพื้นดินนั้นมันจะพับหงอนไปทางด้านหลัง มองไกล ๆ คล้ายหัวขวานอันเล็ก ๆ มันจะคลี่หงอนออกมาในช่วงสั้น ๆ เช่น เวลาบินมาเกาะใหม่ ๆ และเวลาตกใจ หงอนจะตั้งสูงมากขณะที่นกต่อสู้กันเพื่อแย่งคู่และอาณาเขตครอบครองในฤดูผสมพันธุ์

การต่อสู้ในฤดูผสมพันธุ์นั้น นกตัวผู้จะเข้ามาเผชิญหน้ากันในลักษณะหงอนตั้งชัน ปากชี้ลง ต่อมาจะใช้ปากจับกันแน่นจนปากของนกทั้ง 2 ตัวอยู่ในลักษณะเป็นเส้นตรง จากนั้นจึงพากันบินลงมายังพื้นดินแล้วเริ่มจิกกันจนกว่าตัวหนึ่งตัวใดจะล่าถอย เวลาตกใจมันจะบินขึ้นสูงไปเกาะตามกิ่งไม้ นกกะรางหัวขวานมีปีกกว้างกลม บินได้ไม่ดีนัก บินช้าและบินในช่วงสั้น ลักษณะการบินคล้ายลูกคลื่นคือตัวจะตกเป็นช่วง ๆ เวลาบินจะคลี่ขนหงอนและขนหางเป็นระยะ ๆ มองไกล ๆ คล้ายผีเสื้อ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *